การผลิตรายการโทรทัศน์ในยุคดิจิทัล

การผลิตรายการโทรทัศน์ในยุคดิจิทัลอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยหลังจากที่การประมูลเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้เริ่มเห็นสื่อค่ายต่างๆ ลงควานกวาดหาคนทำงานทั้งหน้าใหม่และมือเก่าตามรั้วมหาวิทยาลัยและค่ายสื่อต่างๆ เพื่อตั้งทีมงานคุณภาพผลิตรายการโทรทัศน์ที่หวังสร้างฐานนิยมจากตลาดผู้ชมสื่อโทรทัศน์ ที่ยังคงเป็นกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การผลิตรายการโทรทัศน์ในยุคดิจิทัลวันนี้นั้น มีอุปสรรคมากกว่าปกติ เพราะผู้จะต้องสู้กับระบบฐานฟรีโทรทัศน์เดิม ซึ่งมีช่อง 3 และ 7 ที่กวาดฐานส่วนแบ่งผู้ชมไปกว่า 80% ไปแล้วและมีความเคยชิน ความคุ้นเคย และความจงรักภักดีเป็นฐานทุนเดิม

การแข่งขันกับรายการโทรทัศน์ที่อยู่ในระบบเคเบิ้ลโทรทัศน์และโทรทัศน์ดาวเทียม ทั้งระดับชาติ และระดับภูมิภาค ท้องถิ่น คนทำโทรทัศน์ยังต้องคิดมากกว่าเดิม เพราะปัจจุบันมีผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากมายที่ออกอากาศผ่านทางเว็บไซต์ หรือช่องทางยูทูบมากมาย โดยเฉพาะแค่พิจารณาว่าวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนั้นหันไปใช้เวลากับสื่อออนไลน์ในการดูคลิปสั้นๆ เนื้อหาในสื่ออินเตอร์เน็ตและเนื้อหาในสื่อสังคมเอง เช่นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ที่ผู้คนดูจะพึงพอใจในการให้เวลากับสื่อบุคคลแบบออนไลน์มากกว่าสื่อโทรทัศน์แบบองค์กร การคิดผลิตรายการโทรทัศน์ปัจจุบัน มิใช่เพียงแค่คิดว่าจะถ่ายทำอะไร มีคนดูมาเล่นมาแสดงให้ผู้ชมดูเท่านั้น แต่โทรทัศน์ในวันนี้ต้องตอบสนองความต้องการของผู้ชมมากกว่านั้น นั่นคือ “ประสบการณ์”

โดยเฉลี่ยพฤติกรรมคนดูเข้มข้นจะอยู่ที่ช่องหนึ่งๆ ราว 2 ชั่วโมง ถึงจะเลิกดูโทรทัศน์ ระหว่างนั้นอาจเปลี่ยนไปรับชมช่องอื่นบ้าง เช่น พักโฆษณา หรือเนื้อหารายการเริ่มเอื่อยเฉื่อยก็อาจสลับไปดูช่องอื่นบ้าง ส่วนในกลุ่มผู้ชมระดับกลาง มักให้เวลากับการรับชมที่ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อครั้ง ขณะที่กลุ่มที่เปิดโทรทัศน์แช่ตลอดทั้งช่อง ทั้งวันนั้น ส่วนมากจะอยู่ที่ช่องรายการแบบเคเบิ้ลโทรทัศน์ ที่ทำรายการแบบเฉพาะกลุ่มเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคอยู่แล้ว เช่น ช่องข่าว ช่องเพลง ช่องละครและภาพยนตร์ ซึ่งหมายความว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวันมากกว่า การจัดผังรายการโทรทัศน์ในยุคโทรทัศน์ดิจิทัลต้องคำนึงตัวแปรของช่องอื่นๆ มากขึ้นว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้นช่องที่เหมือนกันมีรายการอะไรมาเป็นจุดแย่งชิงความสนใจจากผู้ชมไปได้บ้าง, หากผู้ชมรู้สึกว่ารายการนั้น ยาวเกินไปจนน่าเบื่อ ก็อาจจะไปชมช่องอื่น และอาจถูกใจช่องอื่นจนไม่กลับมาชมช่องเราอีก

ประเดิมศักราชใหม่เทคโนโลยี ทีวีดิจิตอล เปลี่ยนโฉมวงการโทรทัศน์ประเทศไทย


ตลอดปีนี้ทั้งปีเราคงเห็นคำว่า ทีวีดิจิตอล ตามหน้าสื่ออยู่บ่อยๆ ก่อนอื่นต้องย้อนไปยังระบบทีวีในปัจจุบันที่เรานิยมเรียกกันว่า ฟรีทีวี ทั้งหกช่องเสียก่อน ฟรีทีวีเหล่านี้ออกอากาศด้วยคลื่นที่ส่งผ่านอากาศ จากเสาโทรทัศน์ต้นใหญ่ๆ ที่อยู่ตามภูเขาสูง ไปยังเสาก้างปลาหรือว่าเสาหนวดกุ้งตามบ้านเรือน วิธีการส่งคลื่นแบบนี้มีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า “ทีวีภาคพื้น” ภาษาอังกฤษเรียก Terrestrial Broadcasting ซึ่งก็มีความหมายตรงตัวว่าคลื่นส่งไปมากันบนผิวโลก ไม่ได้ส่งขึ้นอวกาศแล้วยิงลงมาแบบดาวเทียม

ระบบทีวีภาคพื้นของบ้านเราในปัจจุบันใช้การเข้ารหัสแบบแอนะล็อกซึ่งถูกคิดค้นมานานหลายสิบปีแล้ว การเข้ารหัสแบบแอนะล็อกมีข้อเสียคือการส่งสัญญาณทีวีหนึ่งช่องต้องใช้ช่วงคลื่นกว้างมาก ทำให้มีจำนวนช่องน้อยเพราะคลื่นมีจำกัด (และเป็นเหตุผลข้อหนึ่งว่าทำไมเมืองไทยถึงมีฟรีทีวีแค่หกช่อง) นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนจนสัญญาณภาพไม่ชัดในบางพื้นที่อีกด้วย ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ดิจิตอลทีวีก็จะมาแทนที่ทีวีระบบอนาลอกเดิมๆในบ้านเรา กล่องบันเทิงแบบดิจิตอลที่เชื่อมโยงผ่านระบบเครื่อข่ายอินเตอร์เน็ตและ Home server ก็จะสามารถกระจ่ายสัญญาณวิดิโอและอินเตอร์เน็ตตามบ้านเรือน ซึ่งจะต้องเผชิญความท้าทายของเทคโนโลยีในช่วงระยะเวลาหนึ่งจนกว่าทุกอย่างจะกลายเป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้

ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีใหม่ๆเหล่านี้ก็เป็นที่ยินดีกับบรรดาคนที่ติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง แต่หลายๆคนอาจจะยังมองไม่เห็นถึงความจำเป็นในการมีช่องทีวีเพิ่มเติม และมองว่ากระบวนการในการเปลี่ยนผ่านนั้นยุ่งยาก ผลก็คือจะยังไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนระบบทีวีของตัวเองให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอลในอนาคตอันไกล้

เมื่อเทคโนโลยีด้านการส่งสัญญาณทีวีพัฒนามากขึ้น จึงเกิดวิธีการส่งสัญญาณทีวีแบบใหม่ขึ้นมา 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
– กลุ่มแรกสุดคือทีวีผ่านดาวเทียมที่ทุกคนคงคุ้ยเคยกันดีอยู่แล้ว ข้อดีของมันคือมีจำนวนช่องได้มาก ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย (และไปไกลถึงประเทศเพื่อนบ้าน) แต่ก็จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มทั้งจานดาวเทียม และกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ซึ่งปัจจุบันมีขายแพร่หลายทั่วไป เสียค่าใช้จ่ายหลักหนึ่งพันถึงสามพันบาทแล้วแต่จำนวนและความสามารถของอุปกรณ์
– กลุ่มที่สองคือเคเบิลทีวี หรือทีวีที่ส่งสัญญาณตามสายเคเบิลที่พาดบนเสาไฟฟ้า ทีวีระบบนี้มีจำนวนช่องได้มาก ไม่มีปัญหาฝนตกแบบดาวเทียม แต่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ให้บริการอาจจำกัด และอาจต้องมีกล่องรับสัญญาณแบบดาวเทียมด้วยในบางกรณี
– กลุ่มที่สามคือ ทีวีดิจิตอล ที่เราสนใจนั่นเอง อธิบายแบบสั้นๆ มันคือการส่งสัญญาณภาคพื้นแบบเดิม แต่เปลี่ยนมาเข้ารหัสแบบดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะ โดยคลื่นที่เคยให้บริการช่องแอนะล็อกได้ 1 ช่อง สามารถส่งสัญญาณแบบดิจิตอลได้ถึง 40-50 ช่อง (กรณีของ กสทช. คือ 48 ช่อง) เปิด
โอกาสให้มีช่องรายการใหม่ๆ ได้มากขึ้นมาก นอกจากนี้การส่งสัญญาณแบบดิจิตอลยังมีปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนน้อยลง ภาพจึงคมชัดขึ้นตามไปด้วย

สรุปง่ายๆ ว่าทีวีดิจิตอลถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้แทนทีวีแอนะล็อก เนื่องจากรูปแบบการทำงานเหมือนกันทุกประการ แต่คุณภาพดีกว่ากันมาก มีจำนวนช่องได้เยอะขึ้น ดังนั้นทุกประเทศที่ใช้ทีวีแบบแอนะล็อกจึงต้องการเปลี่ยนระบบการแพร่สัญญาณมาเป็นดิจิตอลให้หมด เพื่อนำคลื่นความถี่ที่มีจำกัดไปใช้ประโยชน์ในเรื่องอื่นๆ แทน

ทีวีดิจิตัลกับแนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ผลิตรายการโทรทัศน์

การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตัลในปี 2557 จะเป็นปัจจัยหลักในการช่วยผลักดันให้ตลาดผลิตรายการโทรทัศน์ในประเทศไทยเติบ โตและมีความคึกคักมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตัลจะก่อให้เกิดแนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์มีช่องทางในการผลิตรายการป้อนสู่ช่องฟรีทีวีมากขึ้น

จากจำนวนช่องฟรีทีวีในปัจจุบันที่มีจำกัดเพียง 6 ช่อง ส่งผลให้มีผู้ผลิตรายการโทรทัศน์รายหลักไม่กี่รายผลิตรายการและป้อนสู่ฟรี ทีวีช่องต่าง ๆ ในขณะที่ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์รายอื่น ๆ ต้องนำเสนอผลงานผ่านช่องเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียมแทน คาดว่าจำนวนครัวเรือนที่รับชมเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียม น่าจะใกล้ถึงจุดอิ่มตัว และอาจส่งให้ธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ ที่มุ่งนำเสนอผลงานผ่านช่องเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียมเติบโตอย่างชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตามภายใต้ทีวีดิจิตัลที่จะมีช่องธุรกิจมากถึง 24 ช่อง นำมาซึ่งความต้องการรายการโทรทัศน์มากขึ้น ซึ่งเป็นการขยายโอกาส สำหรับผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ที่มุ่งนำเสนอผลงานผ่านช่องเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียม จะสามารถหันมาผลิตรายการป้อนสู่ช่องฟรีทีวีได้มากขึ้น รวมถึงทีวีดิจิตัลยังเป็นช่องทางสำหรับผู้ผลิตรายการโทรทัศน์หน้าใหม่ที่มี ความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังขาดโอกาสในการนำเสนอรายการออกสู่สายตาผู้ชม สามารถนำเสนอผลงานสู่สายตาผู้ชมในวงกว้างผ่านช่องฟรีทีวีได้มากขึ้น

2.การแข่งขันด้านคุณภาพของเนื้อหารายการโทรทัศน์ และนำเสนอความแตกต่างและแปลกใหม่ เพื่อดึงดูดสายตาผู้ชม

ผู้ที่ได้รับการประมูลช่องทีวีดิจิทัล ย่อมต้องสร้างเรตติ้งจากผู้ชมโทรทัศน์ที่มีทางเลือกในการรับชมฟรีทีวีมากถึง 24 ช่องธุรกิจ เพื่อแข่งขันกันดึงเม็ดเงินโฆษณาผ่านโทรทัศน์ที่มีมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี สถานการณ์ดังกล่าว เป็นปัจจัยที่กำหนดให้ผู้ที่ได้รับการประมูลช่องทีวีดิจิตัล ย่อมคัดเลือกเนื้อหารายการที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการรับชมของผู้ ชมโทรทัศน์ ส่งผลให้ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์มีการแข่งขันกันพัฒนาเนื้อหารายการโทรทัศน์ ให้มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์โดยนำเสนอความแตกต่างและแปลกใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้ผลิตรายการโทรทัศน์รายอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นการยกระดับภาพรวมของเนื้อหารายการโทรทัศน์ในประเทศไทยให้มีคุณภาพ หลากหลาย และตรงกับความต้องการของผู้ชมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทีวีดิจิตัลช่องบริการธุรกิจ ยังก่อให้เกิดช่องทางที่ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่ มีความเฉพาะเจาะจงไปตามประเภทของช่องรายการ ได้แก่ ช่องรายการเด็ก ข่าว และวาไรตี้ ทำให้ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์สามารถผลิตเนื้อหารายการได้ตามประเภทที่ตนเองมี ความถนัด และถ่ายทอดไปยังกลุ่มผู้ชมช่องรายการได้อย่างตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น

3.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตรายการโทรทัศน์ เช่น ให้เช่าอุปกรณ์การถ่ายทำ ให้เช่าสตูดิโอ ให้เช่าชุดนักแสดง งานเทคนิคพิเศษ และงานตัดต่อ จะได้รับอานิสงส์ในการรับจ้างช่วงต่อ

จากความต้องการรายการโทรทัศน์เพื่อป้อนสู่ช่องฟรีทีวีที่มีจำนวนมากขึ้น นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ที่มีบทบาทในการรับจ้างช่วงต่อจากผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ในหลากหลายกิจกรรม เช่น ให้เช่าอุปกรณ์การถ่ายทำ ให้เช่าสตูดิโอ ให้เช่าชุดนักแสดง งานเทคนิคพิเศษ งานตัดต่อ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก จึงกล่าวได้ว่าการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัลของประเทศไทยไม่เพียงแต่ก่อให้เกิด กิจกรรมและสร้างเม็ดเงินสำหรับธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์เท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดกิจกรรมและสร้างเม็ดเงินสะพัดไปยังภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก อันเป็นผลมาจากกิจกรรมการจ้างช่วงต่อดังกล่าวอีกด้วย

การวิจารณ์ละครทีวีที่มีเนื้อหารุนแรง

สื่อโทรทัศน์ ถือเป็นสื่อที่เด็กเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

การผลิตละครซ้ำๆ เดิมๆ สร้างความจดจำให้กับเด็ก ละครบางเรื่องนำมาสร้างหลายรอบ จนเกิดพฤติกรรมเรียนรู้ จดจำและเลียนแบบ ทั้งพฤติกรรม คำพูด กิริยามารยาทของตัวละคร ส่วนเรื่องความคิดเห็นของเด็กก็จะขึ้นอยู่กับการรับรู้ที่เป็นรูปธรรม และนำไปสู่การพัฒนาความรู้สึกความรับผิดชอบชั่วดี จริยธรรม ค่านิยมและทัศนคติ ส่วนในเรื่องของการลดทอนความเป็นคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น ในละครของไทยมักจะให้ผู้หญิงแสดงบทบาทที่ถือว่าเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ละครในยุคนี้มีการผลิตเนื้อหาที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางด้านจิตใจ วัตถุ หรือทางด้านความคิดออกมาซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังและตอกย้ำให้เด็กเรียนรู้และเกิดการจดจำและนำไปสู่ปัญหาสังคมในอนาคต ซึ่งผู้ผลิตละครสามารถหลีกเลี่ยงหรือทดแทนการผลิตได้คือ การเสนอมุมมองอื่นที่มีความเหมาะสม ไม่สร้างเนื้อหาที่มีความรุนแรงในละคร โดยสอดแทรกจุดเล็กๆให้เห็นคุณค่าของตัวละครลงไปในเนื้อหา โดยศึกษาจากภาคประชาสังคม คนใกล้ชิด หรือการนำวรรณกรรมมาตีความให้มีเนื้อหาที่มีคุณค่าต่อสังคม เราควรจะใช้อิทธิพลในเชิงบวกมาช่วยในการมองหากลไก สิ่งหนึ่งที่สังคมมองคือ เรื่องของกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งนักจิตวิทยาและนักเขียนบทต้องมาทำงานร่วมกัน ซึ่งเชื่อว่าการผลักดัน พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สามารถช่วยสร้างสื่อที่ดีให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของครอบครัวและสังคมได้

ปัจจุบันละครทีวีเป็นรายการบันเทิงที่ติดเหมือนติดยาเสพติดก็ว่าได้

ถึงเวลาไม่ได้ดูรู้สึกหงุดหงิด ขาดอะไรไปสักอย่าง บางคนบอกว่าไม่ชอบดูหนังไทย แต่หากดูไปแล้วก็อยากจะติดตามตอนต่อไป ด้วยเหตุนี้ละครทีวีจึงมีอิทธิพลในการสร้างคุณธรรมด้านต่างๆให้แก่ผู้ชมได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นหากละครทีวีมีการปรับเปลี่ยน ปรับปรุงเนื้อหาสาระไปในทางสร้างสรรค์จะมีประโยชน์แก่ผู้ชมในด้านสร้างคุณธรรมได้มากขึ้น จากเสียงสะท้อนเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ละครทีวีของไทยจะออกมาในทางลบค่อนข้างมาก จนพูดกันชินหูคนทั่วเมืองว่าหนังน้ำเน่าหรือละครน้ำเน่าคือการไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงยึดเนื้อหาสาระแบบเดิมๆ คือ อิจฉา ริษยา พยาบาท แก้แค้น ใครที่ดูหนังไทยคงจะชินกับโครงเรื่องในทำนองลักษณะนี้

ในการเขียนบทละคร ควรมีความสมจริง ทุกการกระทำของตัวละครควรมีเหตุผลกับนิสัยตัวละครมารองรับเสมอ ตัวละครทุกตัวดูเหมือนมีชีวิตจริงๆอยู่ในสังคม มีการงานทำ มีความรับผิดชอบ มีพัฒนาการของตัวละคร เช่น บทร้ายมีปมเหตุที่ทำให้ตัวละครนี้เป็นคนที่ร้ายขึ้นเรื่อยๆ อย่างสมเหตุสมผล แต่ในปัจจุบันหลายคนมองว่า บทละครไทยส่วนใหญ่ ตัวละครในเรื่องมักมีคาแรกเตอร์ด้านเดียว ไม่มีมิติความเป็นมนุษย์จริงๆ เช่น บทคนดีก็ดีจนเกินไปไม่คิดหน้าคิดหลัง หรือบทร้ายก็ร้ายสุดๆ เอาแต่กรี๊ดกร๊าด หรือหาเรื่องไปวันๆ เป็นต้น หรือเหตุการณ์ต่างๆในละครไทยมักจะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในด้านลบอยู่เสมอ

การพัฒนารายการโทรทัศน์สำหรับเด็กเยาวชนและครอบครัวคุณภาพที่ดีขึ้น

ที่ผ่านมาความพยายามในการพัฒนารายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว ไม่อาจมี คุณภาพที่ดีขึ้น เกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ ทั้งในส่วนของการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในหลักการพื้นฐานทางวิชาการในการผลิตรายการโทรทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพัฒนาการเด็ก จิตวิทยาเด็ก รวมตลอดถึง การที่ไม่มีหลักสูตรการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ฯ ทำให้รายการโทรทัศน์ไม่อาจตอบโจทย์ด้านการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัวอย่างรอบด้านและมีประสิทธิภาพ

หลังจากที่โทรทัศน์หรือวิทยุโทรภาพในยุคเริ่มต้นเริ่มต้นแพร่ภาพเมื่อ เดือนมิถุนายน พ.ศ.2498 ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด เป็นต้นมา โทรทัศน์ได้กลายเป็นหน้าต่างบานแรกของการศึกษาและเรียนรู้โลกและชีวิตของมนุษย์ในสังคมไทยตลอดมาเป็นเวลากว่า 50 ปี แล้วแต่ทว่า เมื่อกล่าวถึง รายการโทรทัศน์ที่เข้าไปมีส่วนในการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและครอบครัว แล้ว กลับพบว่า รายการโทรทัศน์ประเภทดังกล่าวมีจำนวนลดลง โดยในปี พ.ศ.2546 มีรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว ลดลงจากปี พ.ศ.2536 ถึง 4.75 %

ประกอบกับ หลังจากที่มีการศึกษาวิจัยของคณะทำงานโครงการสื่อมวลชนเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ จนกระทั่งได้กลายเป็นยุทธศาสตร์การบริหารจัดการสื่อของรัฐเพื่อการศึกษา เมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ.2546 และต่อเนื่องจนกลายมาเป็น มติคณะรัฐมนตรี ฉบับวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ในการใช้สื่อของรัฐเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและครอบครัว ที่ผ่านมา ความพยายามในการพัฒนารายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว ไม่อาจมี คุณภาพที่ดีขึ้น เกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ ทั้งในส่วนของการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในหลักการพื้นฐานทางวิชาการในการผลิตรายการโทรทัศน์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพัฒนาการเด็ก จิตวิทยาเด็ก รวมตลอดถึง การที่ไม่มีหลักสูตรการสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ฯ ทำให้รายการโทรทัศน์ไม่อาจตอบโจทย์ด้านการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัวอย่างรอบด้านและมีประสิทธิภาพในขณะเดียวกัน ปัญหาด้านปริมาณของรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ฯไม่ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีนโยบายภาครัฐ สาเหตุสืบเนื่องจาก การประกอบการรายโทรทัศน์ฯสำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว มักประสบกับปัญหาการขาดทุน ทำให้แรงจูงใจด้านวิชาชีพลดน้อยถอยลง เห็นได้ชัดว่า การผลิตรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ไม่ได้ถูกยกระดับคุณค่าทางวิชาชีพให้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ยิ่งไปกว่านั้น ภาคเด็ก เยาวชน ครอบครัว ก็ไม่มีองค์กร หรือ หน่วยงานทางวิชาการที่จะเข้ามาให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริโภครายการโทรทัศน์ที่ถูกต้องและตรงไปตรงมา ทำให้ความเข้มแข็งในกลุ่มภาคประชาชน ความรู้ในการลบริโภคสื่อ ข้อแนะนำหรือรายการแนะนำในการที่จะเข้าไปบริโภคไม่ได้รับการส่งต่อไปยังสังคม